• Better Be

รายการแข่งขันฟุตบอล ที่ทำให้โลกรู้จัก คาราบาว จุดเริ่มต้นของ Carabao Cup จนถึงปัจจุบัน


แบรนด์ คาราบาวที่เป็นชื่อวงดนตรีก่อตั้งโดยนักศึกษาไทย 3 คน ที่ไปเรียนในสถาบันการศึกษาของฟิลิปปินส์ โดยคำนี้เป็นภาษาตากาล็อก ( ภาษาประจำชาติของฟิลิปปินส์ ) แปลตรงตัวว่า “ ควาย ” ส่วนแบรนด์ “ คาราบาว ” ที่เป็นเครื่องดื่มอยู่กำลัง “ คาราบาวแดง ” ก่อตั้งในปี พ.ศ. 2545 โดยเป็นการลงทุนระหว่างน้าแอ๊ด คาราบาว กับเจ้าของโรงเบียร์เยอรมันตะวันแดงที่มีชื่อเสียง โดยใช้สโลแกนเริ่มต้นว่า “ ขอยืนหยัดเชิดชู นักสู้ผู้ยิ่งใหญ่ ” ซึ่งถือว่าเปิดหน้าประวัติศาสตร์เครื่องดื่มชูกำลังที่เดิมนั้นมีเพียงไม่กี่ยี่ห้อในตลาด อาทิ กระทิงแดง, เอ็มร้อยห้าสิบ เป็นต้น

หลายท่านกำลังสงสัยว่า เครื่องดื่มชูกำลังอย่าง คาราบาว จากประเทศไทย ทำไมอยู่ดี ๆ ชื่อ คาราบาว ถึงได้ไปเป็นชื่อถ้วยฟุตบอลของอังกฤษอย่าง Carabao Cup ได้นั้น เดิมทีก่อนถ้วยนี้จะเป็นชื่อ Carabao Cup หลาย ๆ คนคงรู้จักกันดีในชื่อ อีเอฟแอลคัพ (EFL Cup) หรืออีกชื่อคือ ลีกคัพ ที่มีมานานเป็นอันดับ 3 ของเกาะอังกฤษ (แตะครั้งแรกประมาณปี พ.ศ. 2503)

การแข่งขันของ Carabao Cup นั้น ทีมฟุตบอลที่จะสามารถเข้าร่วมได้จะมีทั้งหมด 92 ทีมโดยมาจากพรีเมียร์ลีก 20 ทีม และจากลีกแชมป์เปียนชิพ ลีกวัน กับ ลีกทู อีก 72 ทีม ซึ่งจะเป็นการเปิดโอกาสให้ทีมที่ไม่ได้มีชื่อเสียงมากนักสามารถลงแข่งกับทีมใหญ่ ๆ ได้ และที่ EFL Cup ที่ได้เปลี่ยนชื่อมาเป็น Carabao Cup ก็เพราะว่าทางคาราบาว ได้ประกาศเป็นสปอนเซอร์ชื่ออย่างเป็นทางการให้กับถ้วยฟุตบอลจากเกาะอังกฤษนี้ โดนมูลค่าถึง 18 ล้านปอนด์ หรือเงินไทยประมาณ 700 ล้านบาท


รอบแรก : เป็นการแข่งขันของทีมสโมสรในอังกฤษทั้ง 72 ทีมจาก ลีกแชมป์เปียนชิพ ลีกวัน และลีกทู มาแข่งขันกันโดยจะวัดผลแพ้ชนะในแมตซ์ นั้นเลยไม่มีนัดเหย้า เยือน โดยเมื่อแข่งไปแล้ว 90 นาที และยังเสมอกัน จะมีการต่อเวลาพิเศษให้อีก และถ้ายังไม่มีทีมไหนชนะ ก็จะทำการดวลจุดโทษ ซึ่งแตกต่างจากเอฟเอคัพคือต้องแข่งใหม่


รอบที่สอง : 12 ทีมจากพรีเมียร์ลีก ที่ไม่ได้แข่ง ยูฟ่าแชมป์เปียนส์ลีก หรือ ยูฟ่ายูโรปาลีก ทำการลงแข่งกัน โดยกติกาเหมือนกับรอบแรกทุกอย่าง


รอบที่สาม : 8 ทีมที่ได้เข้าแข่งขัน บอลถ้วยยุโรปทั้ง 2 รายการ จะทำการแข่งขันกัน ต้องยอมรับเลย ว่าการจัดการแข่งใน 3 รอบแรก นั้นสมดุลอย่างมาก ที่ให้ทีมระดับเดียวกันได้แข่งกันก่อน


รอบที่สี่ : รอบ 16 ทีมสุดท้าย เป็นการจับฉลากทีมที่ผ่านเข้ารอบทั้ง 16 ทีมมาเจอกัน ทีนี้ก็ต้องวัดดวงกันแล้วว่าทีมไหนจะเจอทีมไหน ทีมใหญ่อาจเจอทีมเล็ก หรืออาจจะเป็นทีมใหญ่เจอกับทีมใหญ่ก็ได้


รอบที่ห้า : รอบ 8 ทีมสุดท้าย ทีมที่ชนะในรอบ 16 ทีม นำมาจับฉลากอีกครั้งแต่ทีนี้จะแบ่งเป็นสาย ๆ แล้วจะรู้ทันทีว่า เมื่อชนะแล้วจะไปเจอใครในแมตซ์หน้า


รอบรองชนะเลิศ : โดยจะแข่งขันแบบสองนัดนั่นคือ เหย้า และ เยือน โดยจะแข่งขันแล้วนำประตูจากทั้ง 2 นัดมารวมกัน ถ้าทีมไหนได้มากกว่าก็เข้ารอบชิงชนะเลิศได้เลย


รอบชิงชนะเลิศ : การแข่งนัดเดียวแข่งขันที่ สนามกีฬาเวมบลีย์ โดยถ้าเสมอจะทำการต่อเวลา และถ้ายังไม่มีผู้ชนะก็จะทำ การดวลจุดโทษ ตัดสินผล แพ้ ชนะ ทันที

รับชมข้อมูล โปรโมชันกิจกรรมต่าง ๆ << คลิกที่นี อัพเดทข่าว ผลบอลสด แบบทันใจ พร้อมวิเคราะห์คู่เด่น ในรอบสัปดาห์ ส่งถึงมือคุณ

ดู 1 ครั้ง0 ความคิดเห็น